Posted on

เมื่อผิวเตือนคุณ ต้องบำรุงแล้วล่ะ!

ปลดล็อกความจำเจด้วยบริการท่องเที่ยว เลือกบริการที่ LivingClick

อาการ “ผิวแห้ง” เป็นผลมาจากครึ่งหนึ่งของปริมาณน้ำที่ถูกกักเก็บไว้ในผิวหนังจะระเหยไปตามธรรมชาติผ่านผิวหนังของเราทุกวันโดยที่เราไม่รู้ตัว ซึ่งเกิดมาจาก

อายุมากขึ้น ฮอร์โมน และต่อมไขมันก็จะทำงานถดถอยลง ทำให้ผิวของเรายิ่งแห้งเร็ว และง่ายขึ้น
นอกจากสภาพอากาศที่หนาว และลมเย็น ที่ทำให้ผิวแห้งแล้ว สภาพอากาศร้อนชื้นอย่างบ้านเราก็มีผลที่ทำให้ผิวแห้งได้เหมือนกัน
การอาบน้ำบ่อยๆ โดยใช้น้ำอุ่น หรือน้ำอุณหภูมิปกติ ก็มีส่วนทำให้ความชุ่มชื่นในผิวหนังถูกชะล้างไปพร้อมกับการอาบน้ำ ยิ่งบางคนชอบขัดผิว หรือแช่น้ำร้อนบ่อยครั้ง ก็ยิ่งทำให้ผิวแห้ง ชั้นหนังกำพร้าอ่อนแอมากขึ้น ผิวจึงไม่เต่งตึง ขาดความชุ่มชื้น
รู้ได้ยังไงว่าผิวเริ่มส่งสัญญาณเตือน?

– บริเวณผิวหน้า หากส่องกระจกแล้วเห็นว่าผิวดูไม่มีน้ำมีนวล ลอกเป็นขุย ก็ถึงเวลาบำรุงได้แล้วล่ะ

– บริเวณแขนกับขา หากลองใช้เล็บ หรือของใช้ เช่น ปากกา กุญแจ ข่วนที่ผิวแล้วเป็นรอยเส้นสีขาวขึ้นมา แสดงว่าผิวของคุณเริ่มแห้งเต็มที่

– บริเวณขาหนีบ หรือข้อพับต่างๆ หากมีอาการแสบๆ คันๆ แสดงว่า ผิวบริเวณนั้นไม่มีความชุ่มชื้นเพียงพอ จะทำให้ผิวเสียดสีกัน จนเกิดเป็นแผลได้

– บริเวณลำตัว ส่วนมากไม่ค่อยพบปัญหาสักเท่าไหร่ แต่ทางที่ดีก็ควรบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน

แล้วจะบำรุงผิวยังไงดีละ?

บำรุงผิวทุกครั้ง หลังอาบน้ำเสร็จ ก่อนนอน และก่อนออกจากบ้าน

หลังอาบน้ำเสร็จ ให้ใช้โลชั่น หรือออยล์บำรุงผิวทันที เพราะหลังจากเราอาบน้ำเสร็จ ชั้นผิวหนังเก่าๆ จะถูกขัดออกไป ทำให้รูขุมขนสามารถซึบซับสารบำรุงต่างๆ ได้เร็วยิ่งขึ้น

ไม่ควรลืมบำรุงผิวก่อนนอน ช่วงเวลาที่เราหลับใหลนั้น เป็นช่วงเวลาที่ผิวได้พักผ่อน ซ่อมแซม และบำรุง ถ้าเราทาครีม โลชั่น หรือเซรั่มก่อนนอนแล้ว ครีมพวกนี้ก็จะเข้าไปช่วยเสริม และบำรุงผิวได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับสาวๆ ที่ขี้เกียจบำรุงผิวก่อนออกจากบ้าน เพราะเช้านั้นตื่นสายและเร่งรีบ ให้จำไว้ว่า เพียงแค่ก้าวเท้าออกไปข้างนอก เราจะต้องพบกับมลภาวะต่างๆ มากมายที่จ้องทำร้ายผิว ทั้งรังสียูวีจากแสงแดด ฝุ่น ควันพิษ ฯลฯ ดังนั้น การเสียเวลาบำรุงผิวเพียงไม่กี่นาทีก่อนออกจากบ้าน จะช่วยปกป้องผิวให้สวยได้ยาวนาน ที่สำคัญ! ควรเลือกใช้โลชั่นที่มีส่วนผสมของสารกันแดด หรือครีมกันแดด เป็นต้น

ผิวไม่แจ่มเพราะตากแอร์
สาวๆ ที่นั่งเรียนหนังสือ หรือทำงานออฟฟิส อย่ามองข้าม! แอร์เย็นฉ่ำนี่แหละตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น ใครที่อยู่ห้องแอร์นานๆ แล้วละก็ อย่าลืมทาโลชั่น บำรุงผิว ที่มีส่วนผสมของวิตามินอี น้ำมันธรรมชาติอย่าง อัลมอนด์ออยล์ หรือโจโจ้บาร์ออยล์ ลูบไล้ให้ทั่วบริเวณแขน ขา และตามข้อพับในส่วนต่าง ๆ ให้ทั่วนะคะ

เปลี่ยนวิธีบำรุงผิวแบบอื่นบ้างเป็นครั้งคราว
วิธีเหล่านี้นานๆ ครั้งทำทีก็ดีเหมือนกัน ไม่ว่าจะไป อบผิว ซาวน์น่า พอกโยเกิร์ต หรือแช่น้ำนม วิธีเหล่านี้อาจดูเสียเงิน และเสียเวลา แต่บางวิธีก็ช่วยบำรุงผิวได้เหมือนกัน เช่น การอบซาวน์น่า จะทำให้ผิวของเราได้ขับเหงื่อออกมา ทำให้ผิวสดชื่น เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย หรือการขัดผิวด้วยเกลือ เพียงเดือนละครั้ง สองครั้งก็พอแล้ว

มาส์กหน้า

ใน 1 อาทิตย์ ควรมาส์กหน้าบ้างอะไรบ้าง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นบนใบหน้า (ถ้าจะมาส์กหน้านอนทิ้งไว้ ควรใช้ overnight mask โดยเฉพาะ)

อย่าลืมลบเครื่องสำอาง และใช้โทนเนอร์ปรับสภาพผิว
สาวๆ ส่วนใหญ่ชอบลืมใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหน้า ทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางมีสูตรออกมามากมาย ทั้งแบบกันน้ำ หรือมีส่วนผสมหลายอย่าง เลยไม่รู้ว่าแค่การล้างหน้าอย่างเดียวจะเอาอยู่หรือเปล่า ดังนั้น ควรใช้ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางก่อนทุกครั้ง หรือบางคนไม่ได้แต่งหน้า ก็อย่าละเลย หลังล้างหน้าเสร็จ ควรใช้โทนเนอร์เช็ดปรับสภาพผิวอีกที เพื่อความสะอาดของผิวหน้าคุณ

ดื่มน้ำสะอาดเยอะๆ
ดื่มน้ำ 2-3 ลิตรต่อวัน ก็สามารถช่วยดูแลผิวได้ดีทีเดียว ควรปรับนิสัยในเรื่องการดื่มน้ำให้ชิน จากการวิจัยต่างๆ พบว่าน้ำสามารถเข้าไปช่วยเติมเต็ม ซ่อมแซมผิวหนังได้ ความชุ่มชื้นที่ดีจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของร่างกาย ทำให้ผิวมีสุขภาพดี ก่อนนอนลองดื่มน้ำอุ่นสักแก้วก็ดีเหมือนกันนะ

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
การออกกำลังกาย คือ วิธีที่ดีที่สุดที่ช่วยให้ผิวพรรณสดใส มีสุขภาพดีขึ้น เป็นวิธีที่ง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้โดยไม่เสียเงินซักบาท ขอแค่มีเวลาออกกำลังกาย 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง เพื่อขับของเสียออกจากเหงื่อ และขับสารพิษออกตามผิวหนัง นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังเป็นการนำออกซิเจนเข้าสู่เซลล์ต่างๆ ของร่างกาย ยิ่งร่างกายได้รับออกซิเจนมากเท่าไร ก็จะยิ่งช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระได้มากขึ้นเท่านั้น การออกกำลังกายจึงช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้ดี ทำให้ผิวพรรณดูสดใส เปล่งปลั่งยิ่งขึ้น

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

This is the heading

Do you know the Elementor image box height? Offering the best image box wordpress plugin.

This is the heading

Offering the Elementor image box with button. We are offering image box carousel elementor

This is the heading

Do you know how to add image box in WordPress website with elementary. Download Elementskit.
Posted on

เทคนิคสวยเปล่งปลั่งเรืองรอง ทำได้เอง

เทคนิคสวยเปล่งปลั่งเรืองรอง (Lisa)

นี่คือเทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณดูสวยเรืองรองได้ทุกสถานการณ์

เติมไฮไลต์สีเรืองรอง คุณอาจใช้บรอนเซอร์หรือผลิตภัณฑ์ทำไฮไลต์ชนิดลิควิดก็ได้ โดยละเลงแต้มลงบนโหนกแก้ม โหนกคิ้ว หรือแม้แต่รอยหยักบนริมฝีปาก เพื่อช่วยให้ใบหน้าดูสว่างไสวขึ้น

ผสมรองพื้น เทคนิค ในการตบตาให้ผิวหน้าดูเนียนใสคือ ผสมมอยส์เจอไรเซอร์เข้ากับครีมรองพื้น วิธีนี้นอกจากจะช่วยให้หน้าดูเปล่งปลั่งขึ้นแล้ว ผิวก็ยังชุ่มชื้นขึ้นด้วย

อายแชโดว์วิบวับ วิธีนี้เหมาะมากเวลาที่คุณไปเที่ยวพักผ่อนที่ไหน เติมความแวววับเข้าไปในลุคของคุณด้วยอายแชโดว์สีเรืองรอง คุณอาจใช้สีเส้นสดใสหรือสีเรียบ ๆ ก็ได้

บลัชออนเนื้อครีม เก็บบลัชออนเนื้อแป้งไว้ใช้วันอื่นเถอะ เพราะบลัชออนเนื้อครีมจะช่วยเติมสีสันที่ดูสดใส แถมยังดูเปล่งปลั่งเรืองรองได้ดีกว่า โดยใช้นิ้วแตะเติมแล้วเกลี่ยให้กลืนหายไปกับสีผิว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

หนังสือLisa Vol.13 No.50 26 ธันวาคม 2555

Posted on

ปัสสาวะเรื่องเล็กๆ ที่ควรใส่ใจ

เรื่องของปัสสาวะ
กฎ 14 ข้อที่ทุกคนต้องรู้ “คุณปัสสาวะเป็นและถูกต้องหรือไม่”

 

 

 

1. อย่ากลั้นปัสสาวะ เมื่อรู้สึกปวดต้องไปปัสสาวะ

2. เวลาปัสสาวะไม่ควรรีบร้อน เบ่งมากจนอาจจะเป็นสาเหตุทำให้หูรูดปัสสาวะชำรุดได้

3. ควรถ่ายปัสสาวะ ให้เหลือน้อยที่สุดใน 1 ครั้ง นั่นคือเมื่อรู้สึกถ่ายหมดแล้ว ให้เบ่งต่ออีกนิดหน่อย ปัสสาวะที่เหลือจะไหลออกมา

4. ไม่ควรบังคับให้ตัวเองถ่ายปัสสาวะบ่อยๆ เพราะติดเป็นนิสัย เวลาที่เหมาะสมควรถ่ายปัสสาวะ หนึ่งครั้งทุก 2-4 ชั่วโมง

5. ให้สังเกต การถ่ายปัสสาวะ และน้ำปัสสาวะของตนเองทุกครั้งว่าต้องเบ่งมากผิดปกติหรือไม่ น้ำปัสสาวะพุ่งดีหรือไม่ ดูว่าน้ำปัสสาวะมีขนาดเล็กลงกว่าเดิมหรือไม่ หรือออกมาเป็นหยดๆ ออกลำบาก น้ำปัสสาวะมีสีเหลือง ใสหรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้อาจเป็นอาการผิดปกติที่สามารถบอกโรคได้

6. การล้างทำความสะอาดหลังปัสสาวะ อย่าให้บริเวณนั้นเปียกแฉะ ชื้น เพราะอาจเกิดเชื้อราได้ ทางที่ดีหลังปัสสาวะทุกครั้งต้องซับให้แห้ง

7. เมื่อปัสสาวะไม่ออก ต้องหาสาเหตุโดยการพบแพทย์ อย่าซื้อยาขับปัสสาวะมารับประทานเองเพราะอาจเกิดอันตรายได้

8. เมื่อเข้าสู่วัยกลางคน การบริหารอุ้งเชิงกราน โดยการขมิบ (ฝ่ายหญิงขมิบช่องคลอด ฝ่ายชายขมิบทวารหนัก วันละ 100 ครั้ง จะช่วยป้องกันอาการปัสสาวะเล็ด)

9. ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว (แก้วละ 250 ซีซี) จะช่วยทำให้น้ำปัสสาวะใสมีจำนวนพอดี และป้องกันภาวะอักเสบ

10. การมีเพศสัมพันธ์ และหลังมีเพศสัมพันธ์ คุณผู้หญิงควรถ่ายปัสสาวะทิ้งจะช่วยป้องกันการเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

11. น้ำปัสสาวะต้องเป็นน้ำเท่านั้น ถ้ามีมูก หนอง น้ำเหลือง เลือดปนออกมา ถือว่าผิดปกติ ต้องไปพบแพทย์

12. การขับถ่ายปัสสาวะ ต้องขับถ่ายคล่อง ไม่มีอาการเจ็บปวด ถ้าปัสสาวะแสบขัดลำบากนับว่าเป็นอาการผิดปกติต้องไปพบแพทย์

13. คนเราต้องปัสสาวะทุกวัน วันละ 4-6 ครั้ง ถ้าไม่ปัสสาวะเลย 1 วัน ถือว่าตกอยู่ในภาวะอันตราย ต้องไปพบแพทย์โดยด่วน

14. ก่อนเดินทางไกล ก่อนยกของหนัก ควรปัสสาวะทิ้งก่อนทุกครั้ง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.facebook.com/daikid.dhamma4u

 

สนับสนุนโดย ร้านกรีนเฮิร์บ @ livingclick.com 089 – 979 – 9902

ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม และ สุขภาพของผู้หญิงยุคใหม่

คลิกเลยจร๊ะ

www.livingclick.com/CL

 

 

 

 

 

 

 

 

Posted on

5 เคล็ดลับหน้าเด็ก แบบไม่เพิ่งแอพลวงโลก

ทำงาน เครียด (สเต็ปต่อมาหน้าแก่ ไกลเกินเพื่อนสาว) โอ๊ยๆๆ นี่มันคืออะไร มันคือสิ่งที่มนุษย์เงินเดือนทุกคนต้องทำเป็นประจำทุกวัน แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้สินะ

เรื่องทำงานแล้วเจอปัญหาเครียดๆ พอทนได้ แต่เรื่องหน้าแก่ จุดนี้สิ ที่สีจะไม่ทนอีกต่อไป

นับวันอายุของเรายิ่งเพิ่มขึ้นอย่างไม่รีรอ หากหนังหน้าไม่แซงตัวเลขของอายุทิชชี่จะไม่โวยวายเลย แต่เมื่อมีเรื่องราวต่างๆ มารุมเร้า ทำให้ก่อความเครียดเป็นก้อนใหญ่ๆ แล้วกระจายออกมาตามใบหน้า ทำให้ใบหน้าที่เคยละอ่อน ดุจดังเด็กสาวแรกรุ่นต้องมลายหายไป หรือเรียกง่ายๆ ตามภาษาชาวๆ ว่า “หน้าแก่” จนต้องใช้แอพแต่งรูปลวงโลกเข้าช่วย แต่พอเจอหน้าที่แท้จริงเป็นต้องร้องอร๊ากกกก ถ้าคุณเจอปัญหานั้นเช่นกัน รีบตามมาเลยค่ะ

จะพาคุณสาวๆ หนุ่มๆ ไปดูเคล็ดลับง่ายๆ ทำได้จริง เพื่อปกป้องผิวหน้าของคุณให้เด็ก อ่อนเยาว์อยู่เสมอไปพร้อมกันค่ะ
5 เคล็ดลับหน้าเด็ก แบบไม่เพิ่งแอพลวงโลก

1 พักผ่อนให้เพียงพอ
ข้อนี้ง่ายๆ แต่เชื่อว่าหลายคนไม่สามารถทำได้ เพราะติดงาน ติดมือถือ ติดแฟน หรือสารพัดจะติด จนทำให้เวลานอนน้อยลงแบบไม่รู้ตัว ลองปรับนาฬิกาชีวิตซะใหม่ เมื่อถึงเวลานอนก็เลิกติดทุกอย่างซะ แล้วหลับตา พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนเต็มที่ช่วยผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวได้ รับรองว่าหน้าของคุณจะเด้งขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวค่ะ

2 ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น
อากาศหนาวๆ แบบนี้ หลายคนคงจะร้องยี้ เมื่อถูกน้ำเย็น แต่คุณรู้หรือไม่คะว่า นำเย็นนี่แหละเป็นตัวช่วยชั้นดี ลดการบวมของใบหน้าในตอนตื่นนอน ช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่น พร้อมทำสิ่งอื่นต่อไปอย่างกระปรี้ กระเปร่า เป็นเคล็ดลับที่สาวๆ เกาหลีและญี่ปุ่นใช้เป็นประจำ จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไม ผิวพวกนางถึงดีเวอร์ๆ

3 แต่งหน้าช่วยได้
บอกเลยข้อนี้สำหรับสาวๆ เท่านั้นนะคะ สำหรับสาวๆ ที่ความเครียดทำให้คุณไม่มีอารมณ์ทำสิ่งใดๆ ลองหยิบเครื่องสำอางขึ้นมาเติมสีสันให้ชีวิต เป็นการบำบัดได้ดีเลยล่ะค่ะ จากสาวที่ดูหน้าแก่ โทรม ป้า เพียงแต่งหน้า คุณจะกลายร่างเป็นนางฟ้าหน้าสวยในทันที อ่อลืมบอกไป การแต่งหน้า ควรแต่งแบบบางเบา ดูเป็นธรรมชาติ จะดีที่สุดนะคะ เมื่อคุณมองตัวเองในกระจกแล้วหน้าสวยปิ๊ง คุณก็จะมีความสุข จึงเป็นการชะลอความแก่ของใบหน้าได้ค่ะ

4 เรื่องอาหารสำคัญ
อีกเรื่องที่คุณรู้ดีกันอยู่แล้วแต่มักทำไม่ค่อยได้คือ การรับประทานอาหารเช้าทุกวัน ลดอาหารประเภททอดและไขมัน กินผักผลไม้ที่มีวิตามินและแร่ธาตุสูง ลองหันมาทำเรื่องง่ายๆ พวกนี้ให้ได้ ผิวพรรณของคุณก็จะสดใสเปล่งปลั่ง ทำให้หน้าไม่แก่ก่อนวัยแล้วค่ะ

5 ดื่มน้ำอย่าให้ขาด
เป็นอีกเรื่องที่ง่ายมากๆ แต่ขาดการทำตามกัน ลองหาขวดน้ำติดตัว หรือวางไว้บนโต๊ะทำงาน นึกขึ้นได้ หยิบจิบดื่มสม่ำเสมอ น้ำจะเข้าไปช่วยให้ระบบต่างๆ ของร่างกายดีขึ้นอีกด้วยนะคะ
5 ข้อง่ายๆ ข้างต้นนี้ บอกเลย หากทำอย่างสม่ำเสมอ ผิวหน้าของคุณก็จะเด็ก ละอ่อน ไม่ถูกเรียกว่าหน้าแก่ก่อนวัยแล้วค่ะ

 

ขอบคุณภาพประกอบ : http://www.istockphoto.com/

ที่มา http://women.sanook.com/32533/

Posted on

อยากยิ้มสวย กินนี่สิช่วยได้

แน่นอนล่ะว่า รอยยิ้มของผู้หญิงเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของคนพบเห็น ดังนั้นเราจะต้องมีวิธีดูแลฟันของเราให้สวยขาวแข็งแรง พร้อมที่จะฉีกยิ้มอันสดใส ให้กับคนอื่นได้หลงใหลกัน ว่าแต่ต้องกินอะไร…มาดูกันเลยค่ะ

เลือกมื้อที่จะกินคาร์โบไฮเดรต

อาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต อย่าง แป้ง ข้าว ขนมปัง มักจะติดอยู่ในช่องระหว่างรากฟันหรือบริเวณเหงือก จากนั้นแป้งจะแตกตัวกลายเป็นน้ำตาล มีแบคทีเรียก ทำให้เกิดคราบและอาจเกิดโรคเหงือกได้ รวมไปถึงทำให้เกิฟันผุ ดังนั้นสำหรับอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตควรกินในมื้ออาหารใหญ่ๆ อย่าง เช้า กลางวัน เย็น เท่านั้น หลีกเลี่ยงที่จะทานในระหว่างมื้อ เพราะในมื้ออาหารหลัก เราจะหลั่งน้ำลายออกมามาก เศษอาหารจึงถูกชะล้างไปโดยง่ายดาย นั่นเองค่ะ

ควรดื่มชาเป็นประจำ

ไม่ว่าจะเป็นชาดำหรือชาเขียว จะมีสารโพลีเฟอนอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากพืชที่ช่วยป้องกันไม่ให้คราบหินปูนมาเกาะที่ฟัน จึงช่วยลดโอกาสเกิดฟันผุหรือโรคเหงือก นอกจากนี้ มันยังมีสามารถลดกลิ่นปากด้วยคุณสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของกลิ่น แถมชาส่วนใหญ่ยังมีฟลูออไรด์ที่ได้มาจากใบชา จึงมีประโยชน์ปกป้องเคลือบฟันด้วย

กินวิตามีนซีเพียงพอ

วิตามซีเปรียบเสมือนปูนที่เชื่อมเซลล์ต่างๆ เข้าด้วยกัน มันจำเป็นต่อผิวเช่นเดียวกับเนื้อเยื่อของเหงือก โดยคนที่กินวิตามินซีน้อยกว่า 60 มิลลิกรัมต่อวัน จะมีโอกาสเป็นโรคเหงือกสูงกว่าคนที่กิน 180 มิลลิกรัมหรือมากกว่า ถึง 25% ดังนั้นวิตามินซี เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยดูแลฟันให้แข็งแรง

แค่ 3 วิธีง่ายๆ แค่นี้ รับรองค่ะ ว่าฟันคุณจะสวยสดใส แข็งแรง พร้อมที่จะยิ้มแฉ่งแจกความสดใสแน่นอน ^^

เนื้อหาโดย นิตยสาร Woman Plus

woman-plus
Posted on

เรื่องเล็บ…เรื่องเล็ก

หลายคนมีปัญหากับการทาเล็บ เรียกได้ว่าอยากสวยต้องยอมเสียเงินเข้าร้านทำเล็บแพงๆ ไม่กล้าที่จะแต่งเล็บทาเล็บด้วยตัวเอง แต่อันที่จริงแล้ว การทาเล็บเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว . .. เพียงแค่ต้องมีเทคนิคการทาเล็บสักเล็กน้อยค่ะ จะง่ายแค่ไหน มาดูกันเลยยยยย !!!

เทคนิคการทาเล็บ

– บีบน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูลงในอ่างน้ำ ทิ้งไว้สักพัก แล้วนำมือลงไปแช่ จะช่วยให้เล็บอ่อนนุ่มขึ้น
– ใช้น้ำยารองพื้นทาเล็บในชั้นแรก เพื่อเป็นการดูแลเล็บขั้นต้น เพราะหากเราทาเล็บสีจัด จะทำให้เล็บเหลืองได้
– การลงสีทาเล็บ ไม่ควรป้ายเกิน 3 ครั้ง เพราะสีจะจับเป็นก้อนไม่เรียบเสมอกัน และอย่าลงสีเล็บเกิน 2 ชั้นเพราะจะดูหนาจนเกินไป
– หลังจากลงสีทาเล็บเรียบร้อยแล้ว ควรปิดท้ายด้วยการทาน้ำยาเคลือบเล็บ เพราะจะช่วยเพิ่ม ความเงางาม วิบวับให้กับเล็บ และยังป้องกันสีเล็บจางจากแสงแดดได้

Tips

การเก็บน้ำยาทาเล็บที่ดี ให้อยู่กับเราได้นานๆ จะต้องปิดฝาให้สนิท และเก็บไว้ในที่เย็น ห่างไกลแสงแดด อย่างเช่น ช่องเล็กในตู้เย็น การเลือกยาทาเล็บ ควรดู ส่วนผสมด้วย นั่นคือ ยาทาเล็บที่ดีไม่ควรมีแอลกอฮอล์ เพราะว่าแอลกอฮอล์จะเป็นตัว ทำให้ผิวเล็บแห้ง และเปราะง่าย

 

การเลือกสียาทาเล็บให้เหมาะกับสีผิว

สาวผิวขาวอมเหลือง : เหมาะกับยาทาเล็บสีชมพูอมส้ม สีน้ำตาลทองสว่าง หรือสีสดๆ
สาวผิวขาวอมชมพู : เหมาะกับยาทาเล็บสีชมพูอมน้ำตาล สีชมพูอมม่วง หรือสีโทนเย็น
สาวผิวคล้ำอมเหลือง : เหมาะกับยาทาเล็บสีน้ำตาลทองเข้ม สีแดงสดหรือสีทอง
สาวผิวคล้ำหรือดำแดง : เหมาะกับยาทาเล็บสีแดงเข้ม สีชมพู

 

เนื้อหาโดย นิตยสาร Woman Plus

woman-plus
Posted on

ชีวิตดี๊ดี เทคนิคสวย ประหยัด ผู้หญิงชอบแต่งหน้า อย่าพลาด!

สำหรับคุณผู้หญิงทั้งหลายที่เสพติดการแต่งหน้า ชนิดหยุดไม่ได้เลยสักวันเดียว แต่งไปทุกๆ วัน โบกไปทุกๆ ชั่วโมง เครื่องสำอางทั้งหลาย ก็คงจะหมดในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพื่อให้ชีวิตของคุณได้ “ดี๊ดี” ขึ้น ทิชชี่มีเคล็ดลับสำหรับการแต่งหน้า ที่ช่วยให้สวยเป๊ะได้ พร้อมประหยัดเงินในกระเป๋า แบบที่คุณยังอาจไม่เคยรู้มาบอกต่อกันค่ะ

ของฟรี มีอยู่ในโลก
ลองเข้าไปส่องข้อมูลใน google และพิมพ์คำว่า “ตัวอย่างแต่งหน้าฟรี” หรือ “แต่งหน้าฟรี” ดูสิค่ะ เพียงไม่กี่วินาที ข้อมูลขึ้นมาเพียบ จะเป็นข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆ ที่มักจะโฆษณาผลิตภัณฑ์ตัวอย่างแบบฟรีๆ เพื่อให้คุณได้ทดลองใช้ก่อนการเสียเงินจริง วิธีนี้นอกจะประหยัดเงินในกระเป๋าแล้ว ยังเป็นการดีต่อตัวคุณสาวๆ ด้วย เพราะจะได้ทดสอบคุณภาพก่อนเสียเงินจริงค่ะ

 

ปากสวยน่าจุ๊บ ด้วย “สครับปาก” ราคาแสนเบา
สครับน้ำตาลสูตรสำเร็จมีมากมาย ราคาถูกแพง แตกต่างกันไป แต่ถ้าคุณอยากได้สครับคุณภาพดี ราคาถูกแสนถูก ลองใช้วิธีนี้ค่ะ เพียงแค่นำ ปิโตรเลียมเจล หรือ วาสลีน มาผสมกับน้ำตาล นำมาทาให้ทั่วริมฝีปากแล้วขัดๆ ถูกๆ เบาๆ เพียงอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง ริมฝีปากของคุณก็จะเรียบเนียน ไม่แห้งเป็นขุย สีลิปสติกก็จะติดทนนานด้วยค่ะ

 

เปลี่ยนลิปสติกแท่งเก่า ให้กลายเป็นลิปสติกแท่งเก่ง
สำหรับสาวๆ ที่มีลิปสติกหลายแท่ง ต้องเคยเป็นแบบทิชชี่แน่ๆ ใช้ยังไม่ทันหมดแท่ง ก็โยนทิ้ง หยิบแท่งใหม่มาใช้แล้ว หรือบางคนใช้ลิปสติกจนหมดแท่ง พอได้เวลาก็โยนทิ้งซะเลย จุดนี้บอกเลย สาวๆ อย่าเพิ่งรีบทิ้งนะคะ เพราะลิปสติกแท่งเก่าสามารถนำกลับมาใช้ประหนึ่งแท่งใหม่ได้ ด้วยการนำเนื้อลิปสติกที่เหลืออยู่ก้นแท่งมาผสมกันกับลิปสติกแท่งเก่าอีกสีหนึ่ง เพียงเท่านี้ คุณก็จะได้ลิปสติกสีใหม่ ที่สวยไม่ซ้ำใคร แถมใช้ทาได้อีกหลายครั้งแล้วค่ะ

หรือลองนำลิปสติกจากก้นแท่งที่เหลืออยู่ มาผสมกับปิโตรเลียมเจล, วาสลีน ก็จะได้ลิปกลอสเงาวับสีสุดโปรดมาสวยอยู่บนริมฝีปากของคุณ พร้อมบำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื่นยาวนานแล้วค่ะ

 

เบบี้ออยล์ ล้างเครื่องสำอางได้สะอาดหมดจด
อเนกประสงค์สุดๆ สำหรับ เบบี้ออยล์ ของเจ้าตัวน้อย ลองนำมาเช็ดเครื่องสำอางดูสิคะ ไม่ว่าจะเป็นรอบดวงตา ริมฝีปาก สะอาดเอาอยู่ นอกจากความสะอาดแล้วยังช่วยให้ผิว แข็งแรง ชุ่มชื่น สดใส ดูสวยสุขภาพดีด้วยนะคะ

 

แป้งเด็กใช้แทนแชมพู (แบบแห้ง) ได้นะ
หากช่วงค่ำคืน คุณปาร์ตี้เพลิน จนเช้าขึ้นมาไม่มีเวลาทำความสะอาดผม ลองหยิบแป้งเด็กมาโรยบริเวณหนังศรีษะตรงโคนผม จากนั้นค่อยๆ ปัดเอาฝุ่นแป้งออก เพียงเท่านี้ ผมของคุณก็จะสวยพริ้ว ไม่มันเยิ้ม ในยามฉุกเฉินแล้วค่ะ

 

ครีมนวดผม ใช้ได้มากกว่าบำรุงผม
คุณสาวๆ ที่ชอบโกนขนขาเอง หรือโกนหนวดให้หนุ่มๆ ลอง หยิบ “ครีมนวดผม” มาเป็นตัวช่วยสิคะ ครีมนี้จะช่วยทำให้ผิวและเส้นขนอ่อนลงได้ดี ทำให้ผิวหลังการโกนนุ่มนวล และเรียบเนียนขึ้นด้วยค่ะ

 

เคล็ดลับง่ายแสนง่าย ได้ความสวยแล้วยังประหยัดเช่นนี้ คุณสาวๆ ลองนำไปทำดูนะคะ ได้ผลอย่างไร อย่าลืมบอกต่อ เล่าสู่กันฟังบ้างนะ บายยยยยย^^

 

ขอบคุณภาพประกอบ : http://www.istockphoto.com/

ที่มา http://women.sanook.com/33069/

Posted on

กินอย่างไรห่างไกล “กรดไหลย้อน

ไปเจอบทความดีๆจากเว็บผู้จัดการเกี่ยวกับโรค”กรดไหลย้อน” ซึ่งเป็นบทความที่ดีมากๆ (มีแนะนำอาหารให้ไปทำทานเองที่บ้านด้วย  ::) ) ก็เลยเอามาแชร์กันค่ะ


ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://www.manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9550000086982
       เป็นที่ทราบกันดีว่า พฤติกรรมในการรับประทานอาหาร เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของสาเหตุที่ส่งเสริมให้เกิดอาการกรดไหลย้อน ปวดแสบปวดร้อน บริเวณหน้าอกและลิ้นปี่ เรอเปรี้ยว มีรสขม ทั้งยังเป็นสาเหตุให้มีกลิ่นปากอีกด้วย

เมื่อรู้แบบนี้แล้ว เรามีข้อมูลสุขภาพดีๆ จาก เพชรดาว ทัศนศร นักโภชนาการ โรงพยาบาลเวชธานี มาฝากทุกๆ บ้านกัน โดยก่อนอื่นเลย ลองมาสำรวจพฤติกรรมการรับประทานอาหาร รวมถึงอาหารที่จะช่วยให้ห่างไกลจากภาวะกรดไหลย้อน หรือทำให้อาการบรรเทาเบาบางลงกันก่อน เริ่มจาก

ลด งด เลิก

– หลังรับประทานอาหารทันที หลีกเลี่ยงการนอนราบ การออกกำลังกาย การยกของหนัก เอี้ยวตัว หรือก้มตัว

– หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมื้อดึก ไม่ควรรับประทานอาหารใดๆ อย่างน้อยภายในระยะเวลา 3 ชั่วโมงก่อนนอน

– หลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงด้วยการทอด อาหารมัน ฟาสต์ฟูด เนย นม

– หลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดแก๊ส เช่น ถั่วทุกชนิด อาหารที่มีเครื่องเทศมากๆ หรือพืชผักที่มีกลิ่นแรง เช่น หัวหอม กระเทียม เป็นต้น

– หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัด เช่น เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด เค็มจัด หวานจัด

– หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มบางประเภท เช่น กาแฟ ชา ช็อกโกแลต น้ำอัดลม เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

– หลีกเลี่ยงผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะเขือเทศ เป็นต้น

       สำหรับผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อน อย่าเพิ่งถอดใจว่าดูจากรายการพฤติกรรมการรับประทานที่ควรงด ลด และหลีกเลี่ยงแล้ว จะเหลืออะไรที่สามารถรับประทานได้อีก ความจริงยังมีอาหารที่เป็นมิตรกับผู้มีภาวะกรดไหลย้อนอีกมากมายที่สามารถรับ ประทานได้ ส่วนอาหารทั่วไปก็รับประทานได้บ้าง เพียงแต่ควรปรับพฤติกรรมการรับประทาน ซึ่งอาหารที่เป็นมิตรกับผู้เป็นกรดไหลย้อน เช่น

– อาหารที่ย่อยง่าย ไขมันต่ำ เช่น ปลานึ่ง ปลาต้ม ข้าวกล้องต้ม ขนมปังโฮลวีท

– อาหารที่ไม่กระตุ้นให้เกิดการหลั่งกรด เช่น มั่นฝรั่ง มันเทศ

– ผักและผลไม้ที่มีสภาพความเป็นด่าง เช่น กล้วยน้ำว้า ซึ่งมีเส้นใยเพ็คตินที่ช่วยในการระบายท้องให้สบาย

– เครื่องดื่ม ไม่ควรเป็นเครื่องดื่มที่สร้างกรด หรือแก๊ส ควรรับประทานน้ำเปล่าดีที่สุด

ท้ายนี้ นักโภชนาการท่านนี้ ได้แนะนำเมนูอาหารสำหรับผู้ที่มีปัญหากรดไหลย้อนได้จดไปทำกันด้วย นั่นก็คือ “เกี๊ยมอี๋น้ำหมูสับ”

ส่วนประกอบ

– เกี๊ยมอี๋ 1 ถ้วยตวง
– หมูสับดิบ 50 กรัม
– กะหล่ำปลี 200 กรัม
– เกลือ 1 ช้อนชา
– ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนชา
– ซี่โครงหมูสำหรับต้มน้ำซุป
– รากผักชี
– น้ำตาลกรวด
– ขึ้นฉ่าย

      วิธีทำ

1. ต้มน้ำสะอาดให้เดือด ใส่ซี่โครงหมูที่สะอาดแล้วตามด้วยรากผักชี กะหล่ำปลี (ทำน้ำก๋วยเตี๋ยว)
2. เติมเกลือ ซีอิ๊วขาว น้ำตาลกรวด แล้วชิมรสชาติ
3. เกี๊ยมอี๋ ลวกในน้ำเดือด
4. หมูสับรวนให้สุก เติมซีอิ๊วขาวเล็กน้อยให้มีรสชาติ
5. นำเกี๊ยมอี๋ใส่ถ้วย ใส่หมูสับ เติมน้ำก๋วยเตี๋ยว โรยด้วยขึ้นฉ่าย (ไม่ควรเติมกระเทียมเจียว พริกไทย)

       กรดไหลย้อน ถึงแม้จะเป็นภาวะเรื้อรัง เพียงแค่ปรับพฤติกรรมและปรับอาหารก็สามารถลดความรุนแรงของโรคได้ครับ